หลักเกณฑ์สำคัญในการเลือกเครื่องปั่นไฟดีเซลสำหรับงานอุตสาหกรรม
-
คำนวณขนาดกำลังไฟฟ้า (kVA / kW) อย่างแม่นยำ
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยต้องคำนวณปริมาณการใช้กระแสไฟของเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดในโรงงานรวมกัน และต้องเผื่อค่ากระแสไฟกระชาก (Starting Current) ของมอเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งมักจะสูงกว่ากระแสไฟปกติขณะทำงานถึง 2-3 เท่า การเลือกขนาด kVA ที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาเครื่องปั่นไฟทำงานหนักเกินไป (Overload) จนระบบตัด
-
เลือกประเภทโครงสร้างให้เหมาะกับพื้นที่ติดตั้ง
เครื่องปั่นไฟดีเซลอุตสาหกรรมมี 2 แบบหลัก คือ แบบเปิดเปลือย (Open Type) ที่เหมาะสำหรับติดตั้งภายในห้องเครื่องไฟโดยเฉพาะที่มีการซับเสียงและระบายอากาศไว้แล้ว และ แบบตู้ครอบเก็บเสียง (Silent Type) ซึ่งเหมาะสำหรับโรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน หรือต้องการความเงียบเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิในการทำงานของพนักงาน
-
ระบบควบคุมสลับสายไฟอัตโนมัติ (ATS)
สำหรับงานอุตสาหกรรม ควรเลือกเครื่องปั่นไฟที่รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ ATS (Automatic Transfer Switch) เพื่อให้เครื่องปั่นไฟดีเซลสามารถสตาร์ทตัวเองและจ่ายไฟทดแทนไฟหลวงได้ทันทีอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาทีเมื่อเกิดไฟดับ
-
การบริการหลังการขายและการซ่อมบำรุง
เครื่องปั่นไฟอุตสาหกรรมต้องการการตรวจเช็กสภาพ (Maintenance) และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด ควรเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ มีอะไหล่พร้อมเปลี่ยน และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอดอายุการใช้งาน
